"ปราง กัญญ์ณรัณ" จุดสำเร็จของ "แม่หญิงจันทร์วาด" ทุ่มซื้อบ้านเกือบ 10 ล้านเป็นรางวัลให้พ่อแม่

Posted : 18 December 2018 at 2.13 pm
ดาราสาวอีกคนหนึ่งที่อยู่ในวงการมานาน 10 ปี แต่ในปี 2561 ถือเป็นจุดพีกที่เธอประสบความสำเร็จสูงสุดกับอาชีพของการเป็นนักแสดง บทบาทของแม่หญิงจันทร์วาด ไฮโซอยุธยา จากละครดังที่มีกระแสฟีเวอร์ไปทุกสังคมอย่างบุพเพสันนิวาส ทางช่อง 3 ''ปราง'' กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล มาเปิดเผยเรื่องราวบางแง่มุมในชีวิต กว่าที่เธอจะเดินทางมาถึงจุดของความสำเร็จในชีวิตว่าต้องผ่านคำพูดดูถูกของคนในโลกโซเชียลต่างๆ นานา ซึ่งเธอต้องเข้าใจและปรับตัวเข้ากับสิ่งที่เป็นอยู่ให้ได้ เพราะเธอเลือกแล้วที่จะเดินมาอยู่ในเส้นทางสายนี้
S360

เปรียบเทียบความสำเร็จตั้งแต่เล่นละครกว่า 10 เรื่อง ถือว่าเรื่องบุพเพสันนิวาสพีกสุดแล้วสำหรับปรางค์?
ปราง : ''ใช่ค่ะ ปรางเล่นละครมาหลากหลาย ถ้าแนวพีเรียดมาตั้งแต่บางระจัน, บ่วงบรรจถรณ์ ก็เป็นพีเรียดคือทางเหนือ จริงๆ ปรางเล่นมาทั้งแนวโรแมนติกคอมเมดี้ แต่ที่คนชอบมาจะแนวพีเรียดมากกว่าค่ะ''

เรื่องบุพเพฯ ถ่ายทำนานมากเกือบ 2 ปีแต่ก็คุ้มค่ากับการทำงาน?
ปราง : ''จริงๆ ตอนเรื่องบุพเพสันนิวาสถ่ายทำ พร้อมกับที่ปรางค์ถ่ายเรื่องคิวปิดกามเทพจำแลง, บ่วงบรรจถรณ์ ซึ่งตอนนั้นทำงานหนักมาก 7 วัน เราก็เต็มที่ทุกเรื่อง เพราะตอนที่ถ่ายทำเราไม่รู้หรอกว่าเรื่องไหนมันจะดัง ก็ต้องบอกว่าไม่ได้คาดหวังว่าเรื่องบุพเพสันนิวาสมันจะดังขนาดนั้น คิดว่ามันจะดังนะ แต่ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้ เพราะตอนที่เราถ่ายทำ เราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตาร์ ก็คือว่าคนดูจะเข้าใจไหม จะเข้าใจยากไหม เพราะคิดว่าคนดูคงชอบอะไรที่มันผ่อนคลาย แต่เรื่องบุพเพฯ มันก็ช่วงจังหวะที่มันตลกนะ มีมุมคอมเมดี้ที่ทำให้ไม่ดูน่าเบื่อ เรื่องบุพเพสันนิวาสถ่ายทำนานมาก เปิดพร้อมกับเรื่องอื่นๆ แต่เขาทยอยปิดกล้องไปหมดแล้ว เหลือเรื่องบุพเพฯ ถ่าย 1 ปี 8 เดือน กว่าจะถ่ายจบและได้ออกอากาศ เรื่องอื่นก็ถ่ายจบออกอากาศไปหมดแล้ว''

 

ตอนที่ปรางได้รับเล่นบทแม่หญิงจันทร์วาดในบุพเพสันนิวาส เราต้องทำการบ้านยังไงบ้าง?
ปราง : ''ตอนที่ได้เล่นเรื่องนี้ก็พอดีกับที่ถ่ายบ่วงบรรจถรณ์พอดี แคแรกเตอร์แม่หญิงจันทร์วาดในบุพเพฯ คือต้องเรียบร้อย ทำการบ้านหนักมาก เพราะต้องทำยังไงให้คนเชื่อ ต้องพยายามทำ แคแรกเตอร์ 2 ตัวที่เราเล่นมันต่างกัน เพราะมันคล้ายกัน ทรงผมก็คล้ายกับอีกเรื่องที่เราเล่น บ่วงบรรจถรณ์เป็นภาคเหนือ แม่หญิงจันทร์วาดเป็นอยุธยา ซึ่งผู้กำกับฯ อยากให้ออกมาเป็นต้นแบบของกุลสตรีไทย เพราะตัวจริงเราก็ไม่ใช่กุลสตรีเท่าไหร่ อยากให้คนเชื่อเลยว่านี่คือแบบนี้เลย แม่หญิงสูงศักดิ์สมัยก่อน เอาง่ายๆ คือเป็นไฮโซอยุธยาสมัยก่อน ก็เลยรู้สึก มันยากเข้าไปอีก ''พี่ใหญ่'' ผู้กำกับฯ ก็ช่วยค่อนข้างเยอะ เรื่องกิริยามารยาท แรกๆ รู้สึกไม่เป็นธรรมชาติเลย ต้องทำไงดี เราอยากให้คนดูอินว่าเป็นแม่หญิงจริงๆ พอประสบความสำเร็จ ที่เราทำได้ก็ดีใจมาก''

 

แต่แรกตอนต้นเรื่องคนก็ไม่เชื่อนะ คนดูคิดว่าเราร้าย เราแอ๊บ โดนกัดโดนว่าทางโซเชียลเยอะเลย?
ปราง : ''ช่ายยย... ตอนแรกก็คิด ไม่เชื่อไม่มั่นใจ หาว่าเราแอ๊บ คนดูคิดว่าเราต้องร้ายแน่ๆ เราจะทำยังไงให้คนรู้สึกว่าเราไม่ได้แอ๊บ เราไม่ได้ร้าย แบบต้องลบความรู้สึกคนดูออกไป ที่ว่าไม่เชื่อหรอกที่เธอเป็นกุลสตรี ไม่เชื่อว่าเป็นแม่หญิงสูงศักดิ์ ซึ่งจะว่าไปแล้วตัวจริงเราก็ไม่ใช่คนเรียบร้อยขนาดนั้น พูดจาหัวเราะเสียงดัง แต่แม่หญิงจันทร์วาดนี่ไม่ไช่เลย''

 

โชคดีที่ละครเรื่องบุพเพสันนิวาสผู้หญิงไม่มีใครร้ายเลย?
ปราง : ''ใช่ ดีมากที่ตัวละครผู้หญิงในเรื่องนี้ไม่มีใครร้าย ซึ่งต่างจากละครไทยทั่วไปที่มักสอดแทรกบทร้ายให้ผู้หญิงที่ตรงข้ามกับนางเอก เป็นสีสันทั่วๆ ไปของละครไทย แต่เรื่องนี้ไม่มีเลย แต่ก็สามารถประสบความสำเร็จได้''

 

ฉากที่จันทร์วาดนอนแกล้งป่วย หลอกแม่ว่าอยากตาย เป็นฉากที่คนพูดถึงเยอะที่สุดอีกฉากหนึ่งของแม่หญิงจันทร์วาด?
ปราง : ''(หัวเราะ) ใช่ค่ะ คือเขาพยายามจะบอกให้รู้ว่าตัวละครแม่หญิงจันทร์วาดเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความคิด มีมารยา มีจริตแบบผู้หญิง เพียงแต่ว่าเขาใช้จริตแบบผู้หญิงสมัยก่อนเท่านั้นเอง ในสมัยอยุธยา ต้องยกให้คนเขียนบท ขนาดเราอ่านเรายังรู้สึกแบบตายน่ารักมาก แบบอยากตายเจ้าค่ะ พอขุนเรืองมาแล้วเด้งดีดตัวขึ้นมา ต้องให้ผู้กำกับฯ แล้วก็ ''อาจารย์แดง-ศัลยา'' เลยค่ะที่เขียนบทได้สนุก ซึ่งเป็นบทที่เราไม่ได้คิดขึ้นมาเอง ตอนที่เราอ่าน เราเล่นยังอมยิ้มเลย แล้วจำฉากนี้ได้แม่นมาก ตายแล้วฉากนี้ออกไป (หัวเราะ) คนดูต้องแบบ..แม่หญิง...ไหนว่าเรียบร้อย อะไรอย่างนี้ ซึ่งพอฉากนี้ถูกออกอากาศไป ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ คนมาเมนต์ มาทวีตเยอะมาก ตลกดีเป็นฉากหนึ่งที่เราประทับใจ''

 

จากกระแสละครเรื่องนี้ ทำให้คนพูดถึงเยอะแม้แต่ในอินสตาแกรมของปรางก็พุ่งทะลุพรวดพราดถึงหลักล้าน?
ปราง : ''ใช่ เป็นอะไรที่ดีใจมาก ตอนที่ก่อนเล่นละครเรื่องนี้ผู้ติดตามอยู่ประมาณ 6 แสน แต่ตอนนี้ 1.4 ล้าน คือมันดับเบิลคูณสองไปเลย ตอนเล่นคิวปิดก็เพิ่มขึ้นเยอะนะคะ ตอนที่เขาจัดอันดับก็ไปติดนะคะ แต่พอมาเรื่องนี้ มันทะลุทะลวง มันงงเลยค่ะ ตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกวัน ก็ดีใจ มันก็งงๆ นะ ว่ามันขนาดนี้เลยเหรอ เราก็รู้สึกดีใจ''

 

 

จริงๆ จะว่าไปแล้วทุกตัวละครในเรื่องนี้เกิดดังกันหมด ตั้งแต่ ก็อต, น้องโมทย์ที่เล่นเป็นจ้อย หรือแม้แต่ไก่ของจ้อยยังมีคนพูดถึง?
ปราง : ''(หัวเราะ) ใช่ มันไม่ใช่แค่พระเอกนางเอก คือทุกตัวละคร น้องจ้อย หรือน้องโมทย์, พี่ก็อต, ''เอิร์ธ-วิศววิท'' ยอดฟอลโลว์ใน IG ขึ้นหมดเลย''

 

แล้วตอนนี้เวลาปรางหรือปั้นจั่นไปออกงาน ก็มาคนตามไปกรี๊ดไปเชียร์มากขึ้น?
ปราง : ''คือแบบคนตามมาเชียร์เราเยอะมาก มันเหมือนครั้งแรกในชีวิตนะ ที่มีคนตามกรี๊ด ตามเชียร์ตามงานอีเวนต์เยอะ แบบเราไม่เคยเจอแบบนี้ เคยเห็นแต่ที่เป็นซูเปอร์สตาร์เขามี ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเรา เรียกว่าทุกอีเวนต์ที่เราไปออกหลังละคร คนมาเยอะมากจนปรางตกใจขนาดนี้เลยเหรอ เรารู้สึกแบบอยากยิ้มให้ทุกคนนะคะ แต่บางทีมันไม่ได้จริงๆ คนเยอะมากค่ะ''

 

จากแต่ก่อนเคยโดนดูถูกมาในโซเซียลอย่าง ''สวยไม่มากพอที่จะเป็นนางเอก, ไม่น่าดัง'' คำพูดพวกนี้ได้ยินแล้วนอยด์ไหม?
ปราง : ''ถามว่านอยด์ไหมกับคำพูดพวกนี้ คือตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครมาพูดคำพูดแรงๆ แบบนี้กับเรา สื่อโซเชียลทำให้เรารับรู้อะไรเยอะ เราอ่านก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งนอยด์ แต่พอไปเรื่อยๆ เราก็เข้าใจปรับตัวที่จะอยู่กับมัน เพราะเราก็ไม่รู้จะทำอะไรกับมันไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว แต่ทำดีที่สุดที่จะอยู่กับมัน แล้วเวลาทำงาน เขาจ้างเรามางาน อยากให้ออกมาสวยที่สุด ทำดีที่สุด เราก็ทำเต็มที่แล้ว มันอาจเป็นความเหนื่อยบ้างของตัวเราเอง บางงานเราทุ่มเททำลงไป กระแสการตอบรับมันก็ไม่ได้มากพอกับสิ่งที่เราทำลงไป แต่ไม่ท้อค่ะ เพราะเป็นคนสู้มาก'' 

 

ปรางทำงานในวงการมาเป็น 10 ปีแล้ว ถึงตอนนี้ถือว่าประสบความสำเร็จหรือยังในฐานะของการเป็นนักแสดง?
ปราง : ''ถ้าถึงวันนี้สำหรับตัวปราง ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วนะ ตอนนี้ก็ดีใจมากๆ มีคนรักเรามากๆ ที่เราไปไหนมาไหนแล้วมีคนชื่นชมเรา อยากถ่ายรูปกับเรา มีคนยิ้มให้ ถือว่ามันเป็นความสำเร็จขั้นหนึ่งเลยค่ะในช่วงของเรา''

 

แล้วปรางให้อะไรเป็นรางวัลชีวิตในความสำเร็จของเราในวันนี้?
ปราง : ''ก็ซื้อบ้านใหม่เลยค่ะ ให้คุณพ่อคุณแม่ เป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ตั้งแต่ทำงานละครเรื่องแรก คิดแบบว่าเราต้องทำได้นะ ในการทำงานเล่นละครค่อนข้างเหนื่อยนะ ใช้เวลาเป็นปีกว่าจะได้เงินมาสักก้อน เราก็พยายามเก็บสะสมสุดๆ ตอนนี้มันก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องตอบแทนคุณพ่อคุณแม่ เพราะจริงๆ คุณพ่อคุณแม่ท่านเลี้ยงเราดีมากๆ ส่งให้เราเรียนแพงๆ ที่มหิดลอินเตอร์ คุณแม่ก็สู้สุดๆ จ่ายค่าเทอมจนเราสามารถจบเกียรตินิยมอันดับ 1 มาเป็นของขวัญให้ท่านได้ คุณแม่ท่านเหนื่อยกับเรา พูดกับท่านตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ไม่อยากให้คำสัญญาเป็นเพียงแต่สัญญาเปล่าๆ ทำให้มันเป็นจริง ตอนนี้เราก็เลยต้องทำให้ท่าน ณ จุดนี้ ต่อไปความมุ่งหวังของเราก็คือ อยากเป็นนักแสดงที่ดีกว่านี้ ส่วนเรื่องรถส่วนตัว ปรางไม่ได้ซื้อแพงๆ เพราะปรางคิดว่ามันยังไม่จำเป็นสำหรับตัวเอง เท่าที่มีอยู่ก็พอขับได้ ซื้อบ้านให้คุณพ่อคุณแม่ดีกว่า เป็นความภูมิใจของเราอย่างหนึ่ง ถือเป็นเงินเก็บของเราทั้งหมดเลย ราคาประมาณ 9 ล้านค่ะ ผ่อนบ้างนิดหน่อยก็คิดว่าคงไปโป๊ะให้หมดแล้วหลังจากนี้ (หัวเราะ)''

 

นอกจากนี้ก็ยังทำธุรกิจส่วนตัวเพื่อนดาราด้วย?
ปราง : ''ใช่ค่ะ ทำกับเพื่อนซี้ในวงการ ''น้ำตาล-พิจักขณา'' เป็นอาหารเสริมลดน้ำหนัก S360 เป็นอีกงานธุรกิจอันหนึ่งที่ค่อนข้างดีใจที่เราทำขึ้นมาได้ ได้กระแสละครและเป็นช่วงที่เปิดตัวด้วย คนเลยสนใจ ถือเป็นความโชคดีค่ะ เพิ่งออกมาได้ 1-2 เดือนเอง มีทั้งขายในออนไลน์และตัวแทนจำหน่ายค่ะ ทั้งร้านอีฟแอนด์บอย ตามร้านวัตสันมีหมด ซึ่งนอกจากน้ำตาลแล้วก็มีพี่ๆ ที่สนิทที่มีความรู้ด้านการตลาดมาช่วยด้วยค่ะ เราก็เน้นไปทางด้านพีอาร์และประชาสัมพันธ์ไปมากกว่า''

 

ลงานการแสดงต่อจากนี้มีเรื่องอะไรบ้าง?
ปราง : ''เพิ่งปิดไป เล่นกับพี่ปั้นจั่นอีกแล้ว เหมือนเป็นคู่บุญไปแล้ว ได้คุยกันตลอด เลยทำงานร่วมกันได้ดี มีอีกเรื่องคือ ''นักสู้เทวดา'' เป็นแนวบู๊เลยค่ะ ของช่อง 3 ค่ะ''

เรื่องความรักเป็นไงบ้าง เหมือนกลับมารีเทิร์นแฟนเก่า?
ปราง : ''คือต้องใช้เวลานิดหนึ่ง เพราะปรางค่อนข้างเป็นคนเซนซิทีฟในเรื่องความรัก เคยเลิกกันไปแล้ว แล้วก็อยู่ดีๆ ก็มีโอกาสแบบไม่คาดคิดเหมือนกัน ได้กลับมาคุยกัน ปรางเลยต้องใช้ความมั่นใจนิดหนึ่ง ไม่อยากจะเร็ว ไม่ผลีผลาม ไม่อยากจะรีบ ไม่อยากเสียใจอีกรอบ''

 

คนที่จะเอาชนะใจปรางได้ต้องเป็นแบบไหน? 
ปราง : ''อยากให้มีความเป็นผู้ใหญ่ค่ะ ปรางชอบผู้ชายอบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ เป็นหัวหน้าครอบครัวได้ เพราะเราเป็นคนทำงาน ก็อยากได้คนที่ดูแลเราได้ด้วย''

 

 

เป้าหมายในชีวิตของปราง? 
ปราง : ''ถ้าเป้าหมายในวงการบันเทิงของปราง ปรางคิดว่ามันเป็นวงการที่ท้าทายมาก เราไม่สามารถตอบได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา ไม่คิดว่าตัวละครแม่หญิงจันทร์วาด ละครบุพเพสันนิวาสมันจะดังขนาดนี้ สิ่งเดียวที่จะทำได้ คือมีอะไรเราต้องตั้งใจทำให้หมด เพราะถ้าเราเลือกเข้ามาทำในวงการนี้แล้ว แสดงว่าเรามีความรักให้มันเต็มๆ แน่นอน ต้องบอกว่า...คนไม่รักในการแสดงไม่มีทางทำงานในวงการนี้ได้ ไม่รักในอาชีพการเป็นนักแสดง ไม่มีทางทำงานในวงการนี้ได้ เพราะเป็นวงการที่ต้องทำงานแบบทุ่มเทและเสียสละเวลาของตัวเอง ความรัก ทุกอย่างลงไปในอาชีพการเป็นนักแสดง ไม่ว่าเป็นชิ้นงานไหนก็ต้องตั้งใจกับมัน เพราะเราเลือกแล้วที่จะทำ เราก็ต้องทำมันอย่างเต็มที่''

 

     เป็นเรื่องราวความน่ารัก จริงใจ ของแม่หญิงจันทร์วาด หรือ ''ปราง-กัญญ์ณรัณ'' ในยุคปัจจุบันที่ถือได้ว่าเป็นดาราสาวที่มีแง่มุมความคิดความอ่านไม่เบาทีเดียว...

 

ขอขอบคุณภาพ และข่าวจากสยามดารา : http://www.siamdara.com/hot-news/thai-news/1115844